about usThai version
home eduhecfinishdatapublicationgallerylink
projectactivity

 

         
 

กองทุนวิจัยและอนุรักษ์ช้างป่า
35/39  หมู่ 6 ตำบลหมูสี
อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
30130

Email :
werf@thaielephants.org

ภายใต้

สนับสนุนโดย


   

โครงการศึกษาปัญหาการเผชิญหน้าระหว่างคนกับช้างป่า ในประเทศไทย

บทนำ

 ปัญหาการเผชิญหน้าระหว่างคนกับช้าง เกิดขึ้นในภูมิภาคต่างๆ  ทั่วโลก (State  of  Asian  Elephant  Conservation  in  2003 )    โดยเฉพาะใน  ทวีปแอฟริกาและ  ทวีปเอเชียที่มีแนวโน้มความรุนแรงของปัญหาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น  ตัวอย่างประเทศในแถบทวีปแอฟริกาที่ประสบปัญหา  การเผชิญหน้าระหว่างคนกับช้าง  ได้แก่  ประเทศ  โมแซมบิค  เคนยา  ซิมบับเวย์  เป็นต้น  ส่วนประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียที่ประสบปัญหานี้  ได้แก่  ประเทศอินเดีย  มาเลเซีย ศรีลังกา  เวียดนาม  พม่า  จีน  และถึงประเทศไทย

ในขณะนี้แต่ละประเทศกำลังดำเนินการหาแนวทางแก้ไข  โดยอาศัยความร่วมมือขององค์กรต่างๆ  ที่เกี่ยวข้อง  รวมถึงการศึกษาวิจัยต่างๆ  ที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศที่ประสบปัญหา  ทั้งนี้เพื่อเป็นการหาทางยุติปัญหา  HEC  หรืออย่างน้อยเพื่อเป็นการบรรเทาให้ระดับความรุนแรงของปัญหานั้นเบาบางลง เนื่องจากปัจจุบันเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่า ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง  เป็นสาเหตุของการสูญเสียทั้งชีวิต  และทรัพย์สิน  รวมถึงการสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจ 


สาเหตุของปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง  (HEC)

จากการทบทวนวรรณกรรม  ที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุของการเกิด  HEC  พอสรุปได้สังเขปดังนี้

  1. อัตราการเพิ่มของประชากรมนุษย์อันทำให้เกิดการขยายขนาดของแหล่งชุมชนและ พื้นที่เกษตรกรรม  เข้าไปในพื้นที่ที่เป็นที่อยู่อาศัยของช้างป่า   ทำให้แหล่งที่อยู่อาศัยของช้างลดลง  (จากงานวิจัยของ  Sukumar (1987)   กล่าวว่า  ช้างป่า  1  ตัว  ต้องการพื้นที่ในการหากินและดำรงชีวิต  105 -320  ตารางกิโลเมตร)  ในปี  1990  ศรีลังกามีประชากรช้างประมาณ  2,700 - 3,200  ตัว (Santipillai  และ  Jackson,unknown publishing year)  จากข้อมูลนี้จะสังเกตได้ว่าทั้งคนและช้างต่างมีความต้องการในการใช้พื้นที่สูงมาก  จึงนำไปสู่การแก่งแย่งพื้นที่กันระหว่างคนกับช้าง       เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้คนและช้างมีการเผชิญหน้ากันมากขึ้น
  2. การเข้าไปใช้ประโยชน์จากป่าของมนุษย์  เช่นการตัดไม้  การเข้าไปหาของป่า  เป็นต้น
  3. การล่าช้างเพื่อเอางาหรือเนื้อในบางประเทศ  เช่น  ประเทศจีน,  เคนยา  มีการล่าช้างเพื่อเอางาเนื่องจากมูลค่าที่สูงมาก  ในประเทศอินเดียมีการล่าช้างเพื่อเอาเนื้อมาบริโภค  (Sukumar, unknown publishing year)
  4. นิสัยในการบริโภคของช้างในบางพื้นที่  เช่น  ในประเทศ  โมแซมบิค มีรายงานว่าร้อยละ  73  ของความเสียหายที่เกิดขึ้นในตำบล  Guruve  เป็นความเสียหายของพืชไร่  เช่น  ข้าวโพด  ข้าวฟ่าง  นักวิจัยเชื่อว่า  สิ่งที่ดึงดูดใจช้างป่ามาจากความน่ากินและสารอาหารของธัญพืชเหล่านั้น  (MZEP,  2001)
  5. การขาดแคลนพืชอาหารและน้ำสำหรับช้างในบางฤดูกาล  เช่น  ในประเทศศรีลังกา  พบว่ามีรายงานปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างในช่วงฤดูแล้งมากกว่าฤดูฝน  เนื่องจากในช่วงฤดูฝนนั้นผืนป่ามีสภาพอุดมสมบูรณ์เพียงพอสำหรับช้าง  ช้างจึงไม่มีการออกมาหากินในพื้นที่ที่เป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์  (Sukumar, unknown publishing year)

สถานการณ์ของปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างและผลกระทบที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆ 

ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างเป็นปัญหาระดับโลก  และมีแนวโน้มที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น  ซึ่งในขณะนี้มีหลายประเทศในทวีปแอฟริกาและเอเชียที่กำลังประสบปัญหานี้  จากการศึกษาจากวรรณกรรม  วิเคราะห์ว่า  ระดับความรุนแรงของปัญหาจะมากหรือน้อยนั้น  ขึ้นอยู่กับ  จำนวนประชากรช้าง  จำนวนประชากรมนุษย์  ขนาดของพื้นที่ประเทศ  จนกลายเป็นปัญหาสำคัญภายในประเทศ   เช่นปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศ   โมแซมบิค,  เคนยา,  ศรีลังกา  ส่วนใหญ่มีลักษณะของปัญหาและผลกระทบค่อนข้างจะคล้ายคลึงกัน   จากการทบทวนวรรณกรรม  พบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ประสบปัญหาเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้ชิดกับเขตอุทยานแห่งชาติหรือเขตป่าสงวน  และส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางการเกษตร  ยกตัวอย่าง  ในประเทศ โมแซมบิค  ณ  จังหวัด  Niassa ซึ่งอยู่ติดกับเขตป่าสงวน พบว่า    9  ตำบลจาก  15  ตำบลกำลังประสบปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างอยู่  และความเสียหายส่วนใหญ่ที่ได้รับเป็นความเสียหายทางเกษตรกรรม  เช่น  ตำบล  Nipepe   มีรายงานว่ามีปริมาณข้าวโพดได้รับความเสียหายอันเนื่องมาจากช้าง  กว่า  18  ตัน  ในปี  2002  (MZEP).  นอกจากปัญหาความเสียหายทางเกษตรกรรมแล้ว  HEC  อาจนำไปสู่ความสูญเสียทางชีวิตและทรัพย์สิน   ซึ่งพบได้ในรายงานของหลายประเทศ  เช่น  ในประเทศเคนยา  มีรายงานว่า  ระหว่างเดือนมกราคม  1989  ถึงเดือนมิถุนายน  1994  มีประชาชนถูกฆ่าและได้รับบาดเจ็บจากการทำร้ายของช้างเป็นจำนวนกว่า  448  คน  ทั้งนี้จากการติดตามกรณีช้างเพศผู้หรือช้างพลายมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเสียหายให้แก่พืชไร่  เพราะฉะนั้นหากพื้นที่ใดมีปริมาณช้างพลายมาก  พื้นที่นั้นน่าจะมีอัตราความเสียหายของพืชไร่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย.  ประเทศเวียดนาม  เป็นประเทศเพื่อนบ้านของประเทศไทยอีกหนึ่งประเทศที่กำลังประสบปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง  อันมีสาเหตุมาจากการเพิ่มขนาดของจำนวนประชากรและการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานของมนุษย์เข้ามาในพื้นที่ป่า  .จากการศึกษาพบว่า  มีการลดจำนวนลงของโขลงช้างป่าในเวียดนามเนื่องจากถูกฆ่าโดยคน  การเข้าไปตั้งถิ่นฐานและการเข้าไปทำเกษตรกรรมบริเวณเขตติดต่อของป่ากับชุมชนนั้นก่อให้เกิดการเสียหายของพืชไร่ อันเนื่องจากการถูกช้างทำลาย  และความรุนแรงของปัญหาเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อเกิดการเสียชีวิตของมนุษย์อันมีสาเหตุเนื่องมาจากช้าง  ดังจะเห็นได้จากรายงานในปี  1993 ที่แสดงถึงค่าเฉลี่ยว่าช้างหนึ่งตัวสามารถฆ่าคนตายได้  26  คน (P.J.Heffernan  and  Trinh  Viet  Cuong)

แนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างในต่างประเทศ

ประชาชนในแต่ละประเทศมีการตอบสนองต่อปัญหานี้ในหลายรูปแบบ  มีทั้งที่คล้ายคลึงกันหรือแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่   และปัจจัยต่างๆ  เช่น  ระดับความรุนแรงของปัญหา, สังคม   ศาสนาและวัฒนธรรม,  ระดับการศึกษาของคนในชุมชน,  สภาพทางเศรษฐกิจของชุมชน  เป็นต้น ในส่วนวิธีการแก้ปัญหาพบว่ามีความหลากหลายของกิจกรรมและเครื่องมือที่เกษตรกรใช้ โดยสามรถจัดเป็นกลุ่ม ได้แก่ การใช้เสียง การใช้แสงไฟ การปรับภูมิประเทศป้องกันช้าง การทำรั้วไฟฟ้า การทำรั้วด้วยการปลูกต้นไม้ มาตรการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น การย้ายช้าง การทำให้ช้างเสียชีวิต และการใช้เคมีหรือกลิ่นไล่ แต่อย่างไรก็ดี วิธีการต่างๆ ที่ใช้ทั้งการป้องกันและแก้ไขปัญหาจะประสบผลสำเร็จในระยะเวลาอันสั้นเนื่องจากช้างจะเรียนรู้วิธีการต่างๆ ที่มนุษย์ใช้ในที่สุด ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้เองที่เป็นประเด็นยืนยันได้ว่า ยังไม่มีที่ใดในโลกสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างยั่งยืน

สถานการณ์ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างภายในประเทศไทย

ในปัจจุบันพบว่ามีหลายส่วนของประเทศไทยที่กำลังประสบปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง  ตามการรายงานของมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าฯ(1997)    รายงานว่าพื้นที่  8  แห่งในประเทศไทยที่ประสบปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง  ได้แก่  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ปาจำนวน 4 แห่ง และอุทยานแห่งชาติอีก 4 แห่ง นอกจากนี้  ได้มีการเสนอพื้นที่ที่ประสบปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างเพิ่มขึ้นอีก  5  แห่ง (อลงกต  ชูแก้ว)  ได้แก่

  1. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง  จังหวัดเลย
  2. อุทยานแห่งชาติทับลาน  จังหวัดนครราชสีมา
  3. อุทยานแห่งชาติเขาสก  จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  4. อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ  จังหวัดกาญจนบุรี
  5. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่   จังหวัดนครราชสีมา

ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวยังมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนรอบพื้นที่ป่าอนุรักษ์อีกหลายแห่ง ในขณะที่ระดับความรุนแรงของปัญหาในพื้นที่ซึ่งเกิดปัญหาขึ้นแล้วก็ยิงทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ อันส่งผลกระทบต่อคนและช้างที่มากขึ้น

กิจกรรม

1. การสำรวจปัญหาการเผชิญหน้าระหว่างคนกับช้าง
ทำการศึกษาพื้นที่หลักจำนวน 12 แห่งซึ่งเป็นพื้นที่เกิดปัญหาการเผชิญหน้าระหว่างคนกับช้างโดยอาศัยวิธีการมาตรฐานของ IUCN African Specialist Group ประกอบด้วย

  • การสัมภาษณ์ประชาชนในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบ
  •  การสัมภาษณ์ผู้นำชุมชนต่างๆ
  • การสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง
  • การสำรวจภาคสนามในพื้นที่เกษตรกรรม และชุมชนที่ได้รับผลกระทบ
  • ประเมินผลวิธีการที่เกษตรกรใช้ในการป้องกันช้างป่ากินพืชไร่ในปัจจุบัน

2 การประชุมระดับพื้นที่ป่าอนุรักษ์
จัดการประชุมระหว่างชุมชนรอบพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในแต่ละแห่งจำนวน 1 วัน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและอภิปรายเทคนิคและวิธีการในการเพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของช้างป่า

3. การประชุมเชิงปฏิบัติการและการฝึกอบรมระดับประเทศ
จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการและการฝึกอบรมให้แก่ตัวแทนจากแต่ละพื้นที่ในการอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และประสบการณ์เกี่ยวกับปัญหาการเชิญหน้าระหว่างคนกับช้างป่ารวมทั้งแนวทางการวางแผนในอนาคต โดยในส่วนของการฝึกอบรมจะจัดให้ตัวแทนจากแต่ละพื้นที่ฝึกอบรมเกี่ยวกับวิธีการ การสำรวจปัญหาการเผชิญหน้าระหว่างคนกับช้างป่าเพื่อการติดตามตรวจสอบ ปัญหาการเชิญหน้าระหว่างคนกับช้างป่าในอนาคต รวมถึงการใช้ประโยชน์ข้อมูลในระดับแต่ละพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และแนวทางในการนำเสนอข้อมูลต่อสาธารณะในระดับประเทศ และการระดมความคิดในการจัดหางบประมาณเพื่อการป้องกันปัญหาช้างป่าทำลายพืชไร่

 
           
     
Copyright © 2005 WERF. กองทุนวิจัยและอนุรักษ์ช้างป่า