โครงการศึกษาปัญหาการเผชิญหน้าระหว่างคนกับช้างป่า ในประเทศไทย
บทนำ
ปัญหาการเผชิญหน้าระหว่างคนกับช้าง เกิดขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก (State of Asian Elephant Conservation in 2003 ) โดยเฉพาะใน ทวีปแอฟริกาและ ทวีปเอเชียที่มีแนวโน้มความรุนแรงของปัญหาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ตัวอย่างประเทศในแถบทวีปแอฟริกาที่ประสบปัญหา การเผชิญหน้าระหว่างคนกับช้าง ได้แก่ ประเทศ โมแซมบิค เคนยา ซิมบับเวย์ เป็นต้น ส่วนประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียที่ประสบปัญหานี้ ได้แก่ ประเทศอินเดีย มาเลเซีย ศรีลังกา เวียดนาม พม่า จีน และถึงประเทศไทย
ในขณะนี้แต่ละประเทศกำลังดำเนินการหาแนวทางแก้ไข โดยอาศัยความร่วมมือขององค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการศึกษาวิจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศที่ประสบปัญหา ทั้งนี้เพื่อเป็นการหาทางยุติปัญหา HEC หรืออย่างน้อยเพื่อเป็นการบรรเทาให้ระดับความรุนแรงของปัญหานั้นเบาบางลง เนื่องจากปัจจุบันเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่า ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง เป็นสาเหตุของการสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สิน รวมถึงการสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจ
สาเหตุของปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง (HEC)
จากการทบทวนวรรณกรรม ที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุของการเกิด HEC พอสรุปได้สังเขปดังนี้
- อัตราการเพิ่มของประชากรมนุษย์อันทำให้เกิดการขยายขนาดของแหล่งชุมชนและ พื้นที่เกษตรกรรม เข้าไปในพื้นที่ที่เป็นที่อยู่อาศัยของช้างป่า ทำให้แหล่งที่อยู่อาศัยของช้างลดลง (จากงานวิจัยของ Sukumar (1987) กล่าวว่า ช้างป่า 1 ตัว ต้องการพื้นที่ในการหากินและดำรงชีวิต 105 -320 ตารางกิโลเมตร) ในปี 1990 ศรีลังกามีประชากรช้างประมาณ 2,700 - 3,200 ตัว (Santipillai และ Jackson,unknown publishing year) จากข้อมูลนี้จะสังเกตได้ว่าทั้งคนและช้างต่างมีความต้องการในการใช้พื้นที่สูงมาก
จึงนำไปสู่การแก่งแย่งพื้นที่กันระหว่างคนกับช้าง เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้คนและช้างมีการเผชิญหน้ากันมากขึ้น
- การเข้าไปใช้ประโยชน์จากป่าของมนุษย์ เช่นการตัดไม้ การเข้าไปหาของป่า เป็นต้น
- การล่าช้างเพื่อเอางาหรือเนื้อในบางประเทศ เช่น ประเทศจีน, เคนยา มีการล่าช้างเพื่อเอางาเนื่องจากมูลค่าที่สูงมาก ในประเทศอินเดียมีการล่าช้างเพื่อเอาเนื้อมาบริโภค (Sukumar, unknown publishing year)
- นิสัยในการบริโภคของช้างในบางพื้นที่ เช่น ในประเทศ โมแซมบิค มีรายงานว่าร้อยละ 73 ของความเสียหายที่เกิดขึ้นในตำบล Guruve เป็นความเสียหายของพืชไร่ เช่น ข้าวโพด ข้าวฟ่าง นักวิจัยเชื่อว่า สิ่งที่ดึงดูดใจช้างป่ามาจากความน่ากินและสารอาหารของธัญพืชเหล่านั้น (MZEP, 2001)
- การขาดแคลนพืชอาหารและน้ำสำหรับช้างในบางฤดูกาล เช่น ในประเทศศรีลังกา พบว่ามีรายงานปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างในช่วงฤดูแล้งมากกว่าฤดูฝน เนื่องจากในช่วงฤดูฝนนั้นผืนป่ามีสภาพอุดมสมบูรณ์เพียงพอสำหรับช้าง ช้างจึงไม่มีการออกมาหากินในพื้นที่ที่เป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ (Sukumar, unknown publishing year)
สถานการณ์ของปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างและผลกระทบที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆ
ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างเป็นปัญหาระดับโลก และมีแนวโน้มที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งในขณะนี้มีหลายประเทศในทวีปแอฟริกาและเอเชียที่กำลังประสบปัญหานี้ จากการศึกษาจากวรรณกรรม วิเคราะห์ว่า ระดับความรุนแรงของปัญหาจะมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับ จำนวนประชากรช้าง จำนวนประชากรมนุษย์ ขนาดของพื้นที่ประเทศ จนกลายเป็นปัญหาสำคัญภายในประเทศ เช่นปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศ โมแซมบิค, เคนยา, ศรีลังกา ส่วนใหญ่มีลักษณะของปัญหาและผลกระทบค่อนข้างจะคล้ายคลึงกัน จากการทบทวนวรรณกรรม พบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ประสบปัญหาเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้ชิดกับเขตอุทยานแห่งชาติหรือเขตป่าสงวน และส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางการเกษตร ยกตัวอย่าง ในประเทศ โมแซมบิค ณ จังหวัด Niassa ซึ่งอยู่ติดกับเขตป่าสงวน พบว่า 9 ตำบลจาก 15 ตำบลกำลังประสบปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างอยู่ และความเสียหายส่วนใหญ่ที่ได้รับเป็นความเสียหายทางเกษตรกรรม เช่น ตำบล Nipepe มีรายงานว่ามีปริมาณข้าวโพดได้รับความเสียหายอันเนื่องมาจากช้าง กว่า 18 ตัน ในปี 2002 (MZEP). นอกจากปัญหาความเสียหายทางเกษตรกรรมแล้ว HEC อาจนำไปสู่ความสูญเสียทางชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งพบได้ในรายงานของหลายประเทศ เช่น ในประเทศเคนยา มีรายงานว่า ระหว่างเดือนมกราคม 1989 ถึงเดือนมิถุนายน 1994 มีประชาชนถูกฆ่าและได้รับบาดเจ็บจากการทำร้ายของช้างเป็นจำนวนกว่า 448 คน ทั้งนี้จากการติดตามกรณีช้างเพศผู้หรือช้างพลายมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเสียหายให้แก่พืชไร่ เพราะฉะนั้นหากพื้นที่ใดมีปริมาณช้างพลายมาก พื้นที่นั้นน่าจะมีอัตราความเสียหายของพืชไร่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย. ประเทศเวียดนาม เป็นประเทศเพื่อนบ้านของประเทศไทยอีกหนึ่งประเทศที่กำลังประสบปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง อันมีสาเหตุมาจากการเพิ่มขนาดของจำนวนประชากรและการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานของมนุษย์เข้ามาในพื้นที่ป่า .จากการศึกษาพบว่า มีการลดจำนวนลงของโขลงช้างป่าในเวียดนามเนื่องจากถูกฆ่าโดยคน การเข้าไปตั้งถิ่นฐานและการเข้าไปทำเกษตรกรรมบริเวณเขตติดต่อของป่ากับชุมชนนั้นก่อให้เกิดการเสียหายของพืชไร่ อันเนื่องจากการถูกช้างทำลาย และความรุนแรงของปัญหาเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อเกิดการเสียชีวิตของมนุษย์อันมีสาเหตุเนื่องมาจากช้าง ดังจะเห็นได้จากรายงานในปี 1993 ที่แสดงถึงค่าเฉลี่ยว่าช้างหนึ่งตัวสามารถฆ่าคนตายได้ 26 คน (P.J.Heffernan and Trinh Viet Cuong)
แนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างในต่างประเทศ
ประชาชนในแต่ละประเทศมีการตอบสนองต่อปัญหานี้ในหลายรูปแบบ มีทั้งที่คล้ายคลึงกันหรือแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ และปัจจัยต่างๆ เช่น ระดับความรุนแรงของปัญหา, สังคม ศาสนาและวัฒนธรรม, ระดับการศึกษาของคนในชุมชน, สภาพทางเศรษฐกิจของชุมชน เป็นต้น ในส่วนวิธีการแก้ปัญหาพบว่ามีความหลากหลายของกิจกรรมและเครื่องมือที่เกษตรกรใช้ โดยสามรถจัดเป็นกลุ่ม ได้แก่ การใช้เสียง การใช้แสงไฟ การปรับภูมิประเทศป้องกันช้าง การทำรั้วไฟฟ้า การทำรั้วด้วยการปลูกต้นไม้ มาตรการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น การย้ายช้าง การทำให้ช้างเสียชีวิต และการใช้เคมีหรือกลิ่นไล่ แต่อย่างไรก็ดี วิธีการต่างๆ ที่ใช้ทั้งการป้องกันและแก้ไขปัญหาจะประสบผลสำเร็จในระยะเวลาอันสั้นเนื่องจากช้างจะเรียนรู้วิธีการต่างๆ ที่มนุษย์ใช้ในที่สุด ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้เองที่เป็นประเด็นยืนยันได้ว่า ยังไม่มีที่ใดในโลกสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างยั่งยืน
สถานการณ์ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างภายในประเทศไทย
ในปัจจุบันพบว่ามีหลายส่วนของประเทศไทยที่กำลังประสบปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง ตามการรายงานของมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าฯ(1997) รายงานว่าพื้นที่ 8 แห่งในประเทศไทยที่ประสบปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ปาจำนวน 4 แห่ง และอุทยานแห่งชาติอีก 4 แห่ง นอกจากนี้ ได้มีการเสนอพื้นที่ที่ประสบปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างเพิ่มขึ้นอีก 5 แห่ง (อลงกต ชูแก้ว) ได้แก่
- เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย
- อุทยานแห่งชาติทับลาน จังหวัดนครราชสีมา
- อุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี
- อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
- อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา
ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวยังมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนรอบพื้นที่ป่าอนุรักษ์อีกหลายแห่ง ในขณะที่ระดับความรุนแรงของปัญหาในพื้นที่ซึ่งเกิดปัญหาขึ้นแล้วก็ยิงทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ อันส่งผลกระทบต่อคนและช้างที่มากขึ้น
กิจกรรม
1. การสำรวจปัญหาการเผชิญหน้าระหว่างคนกับช้าง
ทำการศึกษาพื้นที่หลักจำนวน 12 แห่งซึ่งเป็นพื้นที่เกิดปัญหาการเผชิญหน้าระหว่างคนกับช้างโดยอาศัยวิธีการมาตรฐานของ IUCN African Specialist Group ประกอบด้วย
- การสัมภาษณ์ประชาชนในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบ
- การสัมภาษณ์ผู้นำชุมชนต่างๆ
- การสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง
- การสำรวจภาคสนามในพื้นที่เกษตรกรรม และชุมชนที่ได้รับผลกระทบ
- ประเมินผลวิธีการที่เกษตรกรใช้ในการป้องกันช้างป่ากินพืชไร่ในปัจจุบัน
2 การประชุมระดับพื้นที่ป่าอนุรักษ์
จัดการประชุมระหว่างชุมชนรอบพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในแต่ละแห่งจำนวน 1 วัน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและอภิปรายเทคนิคและวิธีการในการเพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของช้างป่า
3. การประชุมเชิงปฏิบัติการและการฝึกอบรมระดับประเทศ
จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการและการฝึกอบรมให้แก่ตัวแทนจากแต่ละพื้นที่ในการอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และประสบการณ์เกี่ยวกับปัญหาการเชิญหน้าระหว่างคนกับช้างป่ารวมทั้งแนวทางการวางแผนในอนาคต โดยในส่วนของการฝึกอบรมจะจัดให้ตัวแทนจากแต่ละพื้นที่ฝึกอบรมเกี่ยวกับวิธีการ การสำรวจปัญหาการเผชิญหน้าระหว่างคนกับช้างป่าเพื่อการติดตามตรวจสอบ ปัญหาการเชิญหน้าระหว่างคนกับช้างป่าในอนาคต รวมถึงการใช้ประโยชน์ข้อมูลในระดับแต่ละพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และแนวทางในการนำเสนอข้อมูลต่อสาธารณะในระดับประเทศ และการระดมความคิดในการจัดหางบประมาณเพื่อการป้องกันปัญหาช้างป่าทำลายพืชไร่
|